SLASH The Sustainability Learning and Solutions Hub
Slash emissions, Unlock value.
The Net Zero Bottleneck
การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “คอขวด” ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยแค่การชดเชยคาร์บอน จากปัจจัยวิกฤตหลัก 3 ประการ
1. The Scope 3 Blindspot ขาดข้อมูล Carbon Footprint ในห่วงโซ่คุณค่า
องค์กรขนาดใหญ่ไม่สามารถลดคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ได้ หาก Suppliers ในห่วงโซ่อุปทานยังไม่สามารถปรับตัว
การบีบบังคับให้ SMEs ทำ Carbon Footprint โดยที่พวกเขาขาดทั้งองค์ความรู้และเงินทุนไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน
และเสี่ยงต่อการพังทลายของ Supply Chain
2. The Talent Gap ขาดแคลนบุคลากรด้านความยั่งยืน
ตลาดกำลังต้องการ “คนทำ” ที่มีความเข้าใจเชิงลึกด้านความยั่งยืน เช่น การประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) การคำนวณคาร์บอน และการออกแบบกระบวนการใหม่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
3. Fragmented Efforts ขาดการรวมศูนย์ในการแก้ปัญหา
ที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนทั้งภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาครัฐ ต่างคนต่างแก้ปัญหา ขาดศูนย์กลางที่เชื่อมโยง
“โจทย์จริงจากธุรกิจ” เข้ากับ “งานวิจัยและนักวิชาการ” และผลักดันไปจนถึง “นโยบายของภาครัฐ” ทำให้
หลายโครงการไม่อาจเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้
Engineering the Transition
SLASH (Sustainability Learning and Solutions Hub) คือ ระบบนิเวศที่เปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการเชื่อมโยงเงินทุนจากภาคเอกชนผ่านมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ไปสู่การดำเนินการตามหลักวิชาการโดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) และ Chula Engineering
Targeting the Future of Net Zero and Beyond
SLASH มุ่งแก้ปัญหาการจัดการ Carbon Footprint Scope 3 ในห่วงโซ่คุณค่า และการสร้างศักยภาพบุคลากร
ให้มีความเข้าใจในการจัดการก๊าซเรือนกระจกและความยั่งยืน
Empower Our Ecosystem
SLASH ผสานความแข็งแกร่งของ 3 ภาคส่วน
- เงินทุนและโจทย์จริงจากองค์กรธุรกิจ
- การสนับสนุนและธรรมาภิบาล ผ่านมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ที่มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับสมาชิก
- การดำเนินการและรับรองผล โดยผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันคาร์บอน
เพื่อความยั่งยืน